สัมมนา.rar
โหลดเอานะ
บันทึกสั้นๆ จากใจ ออนไลน์
วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
Chap4_air2012.pdf - 4shared.com - การใช้เอกสารร่วมกัน - ดาวน์โหลด
Chap4_air2012.pdf - 4shared.com - การใช้เอกสารร่วมกัน - ดาวน์โหลด: Chap4_air2012.pdf
>> โหลดเอานะ
" จาก เมล์อัตโนมัติ(Dropbox) ที่อาจารย์จิตตรีส่งมาให้
Chittree (chittree_y@yahoo.com) wants to share some files with you using Dropbox. Message from Chittree:
"Handout from Chittree"
View "Export Procedure"
Enjoy!
- The Dropbox Team
คิดว่าส่วนใหญ่คงจะโหลดไม่ได้ (อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกกันหรอไง) เลยโหลดแล้วลงใน 4shared ให้ใหม่(หวังว่าคงจะโหลดเว็ปนี้เป็น) ไม่แน่ใจว่าอาจารย์แก่กลัว ชิดแก่โดนขโมยป่าวเลย ส่งมาแบบมีระบบป้องกัน
(แล้วการที่กรุเอามาลงใน โฟแชร์ นี้ แก่อาจด่าก็ได้เพราะฉะนั้นห้ามปากมากแล้วกัน)"
Chittree (chittree_y@yahoo.com) wants to share some files with you using Dropbox. Message from Chittree:
"Handout from Chittree"
View "Export Procedure"
Enjoy!
- The Dropbox Team
คิดว่าส่วนใหญ่คงจะโหลดไม่ได้ (อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกกันหรอไง)
(แล้วการที่กรุเอามาลงใน โฟแชร์ นี้ แก่อาจด่าก็ได้เพราะฉะนั้นห้ามป
Microsoft PowerPoint - Chap5_2012.pdf - 4shared.com - การใช้เอกสารร่วมกัน - ดาวน์โหลด
Microsoft PowerPoint - Chap5_2012.pdf - 4shared.com - การใช้เอกสารร่วมกัน - ดาวน์โหลด: Microsoft PowerPoint - Chap5_2012.pdf
>> โหลดเอานะ
" จาก เมล์อัตโนมัติ(Dropbox) ที่อาจารย์จิตตรีส่งมาให้
Chittree (chittree_y@yahoo.com) wants to share some files with you using Dropbox. Message from Chittree:
"Handout from Chittree"
View "Export Procedure"
Enjoy!
- The Dropbox Team
คิดว่าส่วนใหญ่คงจะโหลดไม่ได้ (อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกกันหรอไง) เลยโหลดแล้วลงใน 4shared ให้ใหม่(หวังว่าคงจะโหลดเว็ปนี้เป็น) ไม่แน่ใจว่าอาจารย์แก่กลัว ชิดแก่โดนขโมยป่าวเลย ส่งมาแบบมีระบบป้องกัน
(แล้วการที่กรุเอามาลงใน โฟแชร์ นี้ แก่อาจด่าก็ได้เพราะฉะนั้นห้ามปากมากแล้วกัน)"
Chittree (chittree_y@yahoo.com) wants to share some files with you using Dropbox. Message from Chittree:
"Handout from Chittree"
View "Export Procedure"
Enjoy!
- The Dropbox Team
คิดว่าส่วนใหญ่คงจะโหลดไม่ได้ (อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกกันหรอไง)
(แล้วการที่กรุเอามาลงใน โฟแชร์ นี้ แก่อาจด่าก็ได้เพราะฉะนั้นห้ามป
วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554
แวะมาทักทายกะบล็อกนี้อีกครั้งหนึ่งจาำกที่ห่างหายไปนานแสนนาน ที่หายไปก็ไม่มีอะไรเพราะไม่แน่ใจกะการทำบล็อกนี้ขึ้นมาทำไม ตั้งแต่แรกก็ตั้งใจให้คนอื่นมาอ่าน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครมาอ่านเลย ก็เลยเซ้ง พานไม่ทำมันซะเลย เอ๋อ! ดี! 555
แต่คิดไปคิดมา ไม่มีอะไรทำก็เลยแวะมาอัพเดตไปงั่นๆ พอดีมีเรื่องราวน่าคิด น่าเขียนเก็บไว้เลยนึกขึ้นได้ว่าเรามีที่ไวระบายอารมณ์อยู่น๊า 55 เรื่องราวมันมีอยู่ว่า เมื่อวันก่อน หลังเลิกเรียน นั่งรถกลับมาจาำกมหาลัย พอถึงป้ายจุดหมายก็ลง ดูเหมือนทุกอย่างของวันนั้นดูเป็นวันธรรมดาเหมือนเช่นเคย ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม พอลงรถเมล์ก็เจออาจารย์โรงเรียนเก่าที่เคยสอนเมื่อตอนมัธยมต้น ก็เลยยืนคุยกะแก่ซักหน่อย คุยได้ซักพัก ก็มีเด็กน้อย ประมาณ ป.3-ป.4 ละมั่ง เข้ามาถามเรา "พี่......พี่มีความฝันป่ะ??"
เอ้า!! งง!! ถามใครถามเราหรอ! ถามทำไม!! รู้จักพี่หรอ!! รู้ไปทำไม!! แล้วกรุจะตอบว่าอะไร!! ยืนนิ่งคิดในใจ พูดกะตัวเองอยู่ซักพักใหญ่ผสมกะอาการงง ไม่เข้าใจ?? สุดท้ายเลยตอบน้องไปว่า "เอ๋อ!! พี่เลิกฝันไปนานแล้วน้อง พี่เห็นโลกความจริงเยอะเกินไป......" น้องทำหน้างง แล้วเดินจากไป....
เราหันน่าไปหาอาจารย์อาจารย์ก็ยิ้มกลับมาแล้วก็เดินจากไปขึ้นรถ.....ปล่อยให้เรายืนงง "คำถาม"ของเด็กคน และงงกับ"คำตอบ"ของตัวเอง กลับบ้านมานึกถึงเรื่องที่เด็กถาม ก็ถามกะตัวเองอีกครั้ง "เอ๋อ แล้วความฝันของกรุ มันคืออะไรว่ะ" นั้งคุ้มคิด คุ่ยจินตนาการเก่าที่เคยวาดฝันเอาไว้
เรื่องนี้ดูเหมือนมันจะธรรมดานะ ถ้าตอนนี้อายุเราไม่ใช่ 20 ปี มันเป็นที่น่าคิดสำหรับคนอายุ 20 ปี ซึ่งที่อายุคาบเกี่ยวของเด็กกับผู้ใหญ่ คำถามเหล่ายนี้แน่นอนว่าเราเคยได้ยินมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง และตอบไปแล้วหลายต่อครั้ง เหมือนกันบ้างไม่เหมือนกันบ้าง ก็ตามประสาของความฝัน แต่มันยังมีไง
แต่ณ. ตอนนี้ "ความฝัน" ของเราละ คืออะไร? พูดจริงตัวเองได้ทิ้งความฝันตัวเองไปนานมากแล้ว ตั้งแต่รู้ว่า โลกใบนี้ไม่เป็นอย่างที่เราคิด ไม่ได้สวยงามอย่างที่เราฝัน แต่เราก็น่าจะมีอะไรไว้เป็นแรงผลักดันบ้างสิ อันนั้นมันจะเรียกว่า "ความฝัน" ได้ไหมน๋นะ (ถามใครว่ะ 555 )
เอาเข้าจริงที่นั้งพิมพ์อยู่ตอนหาคำตอบไม่ได้จริง กำลังคิด แล้วจะมาตอบคำถามของน้องคนนั้นอีกที่ เมื่อตอนที่แน่ใจคำตอบนั้นอีกที่และกัน แต่สิ่งที่จำได้ตอนนี้คือ ประโยคจาำกหนังสือเล่มหนึ่ง เค้าบอกว่า
แต่คิดไปคิดมา ไม่มีอะไรทำก็เลยแวะมาอัพเดตไปงั่นๆ พอดีมีเรื่องราวน่าคิด น่าเขียนเก็บไว้เลยนึกขึ้นได้ว่าเรามีที่ไวระบายอารมณ์อยู่น๊า 55 เรื่องราวมันมีอยู่ว่า เมื่อวันก่อน หลังเลิกเรียน นั่งรถกลับมาจาำกมหาลัย พอถึงป้ายจุดหมายก็ลง ดูเหมือนทุกอย่างของวันนั้นดูเป็นวันธรรมดาเหมือนเช่นเคย ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม พอลงรถเมล์ก็เจออาจารย์โรงเรียนเก่าที่เคยสอนเมื่อตอนมัธยมต้น ก็เลยยืนคุยกะแก่ซักหน่อย คุยได้ซักพัก ก็มีเด็กน้อย ประมาณ ป.3-ป.4 ละมั่ง เข้ามาถามเรา "พี่......พี่มีความฝันป่ะ??"
เอ้า!! งง!! ถามใครถามเราหรอ! ถามทำไม!! รู้จักพี่หรอ!! รู้ไปทำไม!! แล้วกรุจะตอบว่าอะไร!! ยืนนิ่งคิดในใจ พูดกะตัวเองอยู่ซักพักใหญ่ผสมกะอาการงง ไม่เข้าใจ?? สุดท้ายเลยตอบน้องไปว่า "เอ๋อ!! พี่เลิกฝันไปนานแล้วน้อง พี่เห็นโลกความจริงเยอะเกินไป......" น้องทำหน้างง แล้วเดินจากไป....
เราหันน่าไปหาอาจารย์อาจารย์ก็ยิ้มกลับมาแล้วก็เดินจากไปขึ้นรถ.....ปล่อยให้เรายืนงง "คำถาม"ของเด็กคน และงงกับ"คำตอบ"ของตัวเอง กลับบ้านมานึกถึงเรื่องที่เด็กถาม ก็ถามกะตัวเองอีกครั้ง "เอ๋อ แล้วความฝันของกรุ มันคืออะไรว่ะ" นั้งคุ้มคิด คุ่ยจินตนาการเก่าที่เคยวาดฝันเอาไว้
เรื่องนี้ดูเหมือนมันจะธรรมดานะ ถ้าตอนนี้อายุเราไม่ใช่ 20 ปี มันเป็นที่น่าคิดสำหรับคนอายุ 20 ปี ซึ่งที่อายุคาบเกี่ยวของเด็กกับผู้ใหญ่ คำถามเหล่ายนี้แน่นอนว่าเราเคยได้ยินมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง และตอบไปแล้วหลายต่อครั้ง เหมือนกันบ้างไม่เหมือนกันบ้าง ก็ตามประสาของความฝัน แต่มันยังมีไง
แต่ณ. ตอนนี้ "ความฝัน" ของเราละ คืออะไร? พูดจริงตัวเองได้ทิ้งความฝันตัวเองไปนานมากแล้ว ตั้งแต่รู้ว่า โลกใบนี้ไม่เป็นอย่างที่เราคิด ไม่ได้สวยงามอย่างที่เราฝัน แต่เราก็น่าจะมีอะไรไว้เป็นแรงผลักดันบ้างสิ อันนั้นมันจะเรียกว่า "ความฝัน" ได้ไหมน๋นะ (ถามใครว่ะ 555 )
เอาเข้าจริงที่นั้งพิมพ์อยู่ตอนหาคำตอบไม่ได้จริง กำลังคิด แล้วจะมาตอบคำถามของน้องคนนั้นอีกที่ เมื่อตอนที่แน่ใจคำตอบนั้นอีกที่และกัน แต่สิ่งที่จำได้ตอนนี้คือ ประโยคจาำกหนังสือเล่มหนึ่ง เค้าบอกว่า
"คำถามมากมายที่เกิดขึ้นทุกคำถาม ซักวันมันจะมีคำตอบของตัวมันเอง
เราจึงมีหน้าที่ตามหาคำตอบนั้นให้ตรงกับคำถาม แล้วเราจะเข้าใจ
ว่าคำถามนั้นมีไว้เพื่ออะไร"
วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดี ที่11 พฤศจิกายน พ.ศ 2553
สวัสดีกะอีกหนึ่งวันว่างๆๆๆ มากมาย เซ้งวันนี้ไม่ได้เรียนอีกแล้ว ทำตัวเหมือนคนขยันง่ะ 555 เทอมนี้ตามจริงตั้งใจขยันใหมากๆ หน่อย เพราะเรียนแค่ 5 วิชา ถ้าเรียนได้เกรดต่ำซ่วยเลยละเรา แต่ก็เริ่มจะเป็นเหมือนเดิมๆ ที่เคยเป็นตั้งใจไว้ ก็เท่านนั้นพอเอาจริงก็ทำไม่ได้ ขี้เกลียดตามเคย เซ้งเป็ด ช่วงนี้ไม่มีไร่ทำ ซีรีย์เรื่องโปรดก็ดันจบเร็วซะนี้ ตอนแรกบอกมี 24 ตอน สุดท้ายเหลื่อ 20 ตอน เงินคงหมดสร้างต่อไม่ได้ 555 ว่าไปนั้น วันนี้เลยอยู่เขียนบล็อกมันซะทั้งวันเลย ไปมหาลัยแปบเดี่ยวก็ได้เรื่อง จริงไม่อยากนึกถึงมันอีกนะ ทำไงได้เพื่อนกัน ไม่รู้มันจะคิดเหมือนเราคิดหรือป่าว ทำไมง่ะอารมณ์ไม่ดีก็บอกกันดีๆ ดิ ใครจะไปทราบอารมณ์ของคนอื่นได้ละ ถ้าไม่บอกกัน อารมณ์มันเองก็ขึ้นๆลงๆ ใครจะไปคาดเดาได้ รู้ทั้งรู้ว่าเราเล่นอยู่ก็ยังใส่อารมณ์ใส่เรา ต่อยเราัทั้งๆ ที่รู้ว่าเราเล่นอยู่ ใครไม่โกรธให้มันรู้ไป
เพื่อนกันก็จริงแต่งี้ก็รับไม่ไหวว่ะ เข้าใจเราก็ผิดที่เล่นไม่ดูเขาดูเรา แต่คนเราก็น่าจะบอกันดีๆ สิ เซ็ง ทำให้วันนี้เป้นวันไม่ดีไปเลย เรื่องราววุ่นวาย รุมเร่ามากมาย คิดไม่ตกเลยจริง เลยอยากกลับบ้านไปหาแม่ นอนพักใจให้หาแล้วค่อยกลับมาดีกว่า หนีปัญหาอาจเป็นทางออกที่ไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยเราก็ได้พักหัวใจ พักหัวสมองได้ไม่มากก็น้่อย ดีกว่าสู้กับปัญหาไม่ลืมหูลืมตา พลาดพังไปเราก็เจ็บป่าว กลับไปหาแม่กินข้าวฝีมือแม่ หนีอาหารจานด่วนไปสัก 3-4 วัน ท้องคงจะสบายขึ้น กันน้ำพริกกับผักพื้นบ้าน กับแม่ พี่สาว น้าๆ หลานๆ ให้อร่อยสมใจอยากแล้วค่อยกับมาเหนื่อยต่อ
บ้างที่เราก็ควรถ่อยหนีปัญหาสักหนึ่งก้าว แต่อย่าบ่อยนักเดี่ยวจะติดเป็นนิสัย(ยืมประโยคนี้มาจากซีรีย์เรื่องโปรด555+) เหมื่อนกับชื่อหนังสือเล่นหนึ่ง "ถ้ามันเหนื่อยเกินไป...ก็พาหัวใจกลับบ้าน" เป็นหนังสือที่ซื้อมานานพอดู จนจำได้แล้วว่าเมื่ือไร หลังปกมีข้อความอยู่ประโยคหนึ่งว่า...
"การเดินทางของชีวิต เราต่างก็เหนื่อยกันทั้งนั้น
และคงจะไม่มีใครกล้าพูดได้เต็มปากหรอกว่า
เส้นทางสายนี้ช่างสวยงามและเต็มไปด้วยความสุข
มีคำเปรียบเทียบที่น่าคิดว่า
คนขลาด คือคนที่ไม่กล้่าออกเดินทาง
คนอ่อนแอ มักตายไประหว่างทาง
คนแข็งแกร่งเท่านั้น ที่ไปถึงจุดหมาย
แล้วเราละ อยากเป็นนักเดินทางแบบไหน
แล้วความแข็งแกร่งที่ว่านั้น
ฉันว่าเขาคงไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องร่างกาย
เพืียงอย่างเดี่ยว แน่นอน..."
ผมชอบนะ กับประโยคโดนๆ แบบนี้เส้นทางอีกยาวไกล เดินช้าไปก็ไม่ทันเขา่ เดินเร็วไปก็เหนื่อยเราป่าวประโยชน์ ค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ เก็บเกี่ยวความสุข เรียนรู้ความทุกข์ หามิตรภาพระหว่างทาง และอย่าลืมมอบรอยยิ่มสวยให้ เพื่อนร่วมทาง
ตัวผมเองก็ยอมรับอาจจะทไม่ได้ทั้งหมดที่คิดไว้ แต่อย่างน้อยเราคิดที่จะทำ มันก็ดีถ่มไปแล้ว วันนี้ผมอาจให้อภัยคนที่ทำร้ายจิตใจผมไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยผมก็คิดว่าควรให้อภัยเขา.......
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)